วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

- Demons -





























เอาไว้แค่นี้ก่อนละกัน เออ เพลงมันดาร์กดี เหมาะกับช่วงสอบเนี่ยแหล่ะ -_-) 
เริ่มรู้สึกแบบนี้จริงๆ เหมือนมีปีศาจอยู่ข้างในอ่ะ ยามใดที่ตัวตนเราอ่อนแอ ปีศาจจะออกมามีบทบาทแทนเรา
...พิมพ์งี้ละนึกถึงมอนสเตอร์โซล ร่างมารของศิลาอ่ะ เออ แนวนั้นเลยแหล่ะ

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Nooooooooooooooooooooo

ปกติเวลาพิมพ์พิมพ์ลงในเวิดไง แก้ฟ้อนต์ในเวิดแล้วก็ก๊อปลงมา เพิ่งมานึกออกเนี่ยแหล่ะว่าคนที่เขาไม่มีฟ้อนต์นี้จะทำไงวะ เลยลองลบในเครื่องตัวเองออก โว้ย จะเป็นลม ไอ้เราก็นึกว่ามันจะปรับอะไรของมันเอง ไม่มีเลยว๊อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

วันนี้วันอังคาร พรุ่งนี้ต้องกลับไปเรียนละ .. แง ไมวันหยุดมันเร็วจังเบย
การบ้านเยอะจังเลย อิ -_-^

อย่ามัวเล่นเกมจนลืมทำการบ้านล่ะทุกคน บาย ;_;)

[Trans] 우린 친구가 될 수 없어 (We Can't Be Friend)

I'm in love with you  ฉันตกหลุมรักเธอ
can you be my love  เธอจะเป็นคนรักของฉันได้รึเปล่า?
Oh no I can't be your friend  ไม่นะ ฉันไม่สามารถเป็นเพื่อนเธอได้

벌써 년째야 너와 생일에  กี่ปีแล้วที่ผ่านวันเกิดของพวกเราไป
일년 전도 이년 전도  หนึ่งปีผ่านไป สองปีผ่านไป
둘이서 보냈잖아  เราใช้เวลานั้นด้วยกัน

나도 지겨워 매번 이러는 ฉันก็ป่วยการกับเรื่องนี้เหมือนกัน
우리 무슨 사이인거니  เราเป็นอะไรกัน
너한테 뭐야  ฉันเป็นอะไรสำหรับเธอ
그냥 친군거야  ฉันเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นเหรอ?
아님 대체 뭐야 이상은 싫어  นี่ ฉันไม่ต้องการมันอีกต่อไปแล้ว

절대 우린 친구가 없잖아  พวกเราไม่สามารถเป็นเพื่อนกันได้
그렇게 없잖아  พวกเราไม่สามารถเลย
사실은 너도 알잖아  เธอก็รู้เหมือนกันนี่

그래 우린 연인도 있잖아  ใช่ เราสามารถเป็นคู่รักกันได้
되란 법은 없잖아 사랑해볼까  ไม่มีกฎหมายข้อไหนบอกว่าเราไม่สามารถ ถ้าหากเรารักกัน

Wanna be your love love love
Wanna fall in love love love
Wanna be your love love love

벌써 며칠째야 뜸해진 전화  กี่วันแล้วที่เธอเลิกโทรหาฉัน

나만 혼자 이런 건지 애태우고 있잖아  มันทำให้ฉันวิตกกังวลกับตัวเอง

나도 이상해 연락 없는 니가  ฉันก็รู้สึกประหลาดเมื่อเธอไม่โทรมาเช่นกัน
이렇게 궁금한 건지  ทำไมฉันอยากจะรู้แต่เรื่องของเธอนะ
너한테 뭐야  ฉันเป็นอะไรกับเธอ
그냥 친군거야  เป็นแค่เพื่อนเหรอ
아님 대체 뭐야 이상은 싫어  นี่ ฉันไม่ต้องการมันแล้วนะ

절대 우린 친구가 없잖아  พวกเราไม่สามารถเป็นเพื่อนกันได้
그렇게 없잖아  พวกเราไม่สามารถเลยล่ะ
사실은 너도 알잖아  เธอก็รู้เหมือนกันนี่

그래 우린 연인도 있잖아  ใช่ เราสามารถเป็นคนรักกันได้
되란 법은 없잖아 사랑해볼까  ไม่มีกฎหมายข้อไหนบอกหรอกว่าห้ามถ้าหากเรารักกัน

남녀 사이에도 친구가 있다고  เพศที่ต่างกันเป็นได้แค่เพื่อน
대체 누가 그런 소릴 했어  ใครเป็นคนบอกกัน
이제 너와나 오랜 친구보단  ตอนนี้ จากเพื่อนเก่า
사랑 그게 어울려  ฉันว่าความรักนั้นเหมาะสมกับเรามากกว่า

이미 우린 사랑을 하고 있잖아  พวกเราตกหลุมรักซึ่งกันและกัน
서로 알고 있잖아  พวกเรารู้จักซึ่งกันและกันดี
아무 필요 없잖아  โดยที่ไม่ต้องมีคำใดๆมาบรรยาย

그래 우린 너무 어울리잖아  ใช่ พวกเราเหมาะสมกันมาก
망설일 필요 없잖아 사랑해볼까  ไม่จำเป็นที่จะต้องลังเลอีก...หากเรารักกัน

Wanna be your love love love
Wanna fall in love love love
Wanna be your love love love


เพลงนี้ได้จากรันนิ่งแมน (อีกและ) เป็นช่วงสุดท้ายของ ep.20 หลังจากจบเกม ทีมสีแดงซึ่งแกรี่เป็นสมาชิกในนั้นเป็นผู้ชนะ จีฮโยจากทีมสีฟ้าเดินมาด้วยสภาพเละเทะ ร่มหัก เสื้อยับยุ่ยจากการต่อสู้ครั้งสุดท้าย จีฮโยได้กล่าวว่า ฉันไม่รู้ว่าหลังจากจบการถ่ายทำวันนี้ ผู้ชมจะมองฉันยังไงทุกคนต่างงงว่าเกิดอะไรขึ้น จีฮโยกล่าวต่อว่า.. ฉันตีพี่แกรี่ โดยเริ่มจากการผลักเขาล้มลงกับพื้นแกรี่ก็บอกว่า ไม่เป็นไรหรอก..ว้าย ครือเพลงนี้มันเล่นตอนฉากนั้นพอดี นี่ถึงขั้นไปขุดหาเลยนะ เพราะ ep นี้มันเมื่อสามปีที่แล้วโน้นนนน >w<

วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

First Experience.

งานฟิสิกส์สัประยุทธ์ผ่านไปแล้ว (27.6.2013) มัน...โอ้ย สุดจะบรรยาย
ในฐานะที่ต้องเป็นคนพูดถือไมค์พรีเซนต์ต่อหน้าคนเป็นล้าน (เว่อร์)


อะไรบ้างที่ควรจะทำ และอะไรบ้างที่ไม่ควรจะทำ...บรรลุเลยจากงานนี้




















การไม่เตรียมพรีเซนต์
แน่นอนทุกๆงาน การที่เราจะพรีเซนต์อะไรเราจะต้องเตรียมคำพูดของเราไว้แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เพราะว่างานบางงานเขาไม่อนุญาตให้ถือโพยไปยืนอ่านข้างหน้านะเฮ้ย มันดูแบบแย่อ่ะ ผู้ใหญ่เขาจะมองว่าเราไม่เตรียมอะไรเลย ในจุดนี้จะโดนหักคะแนนแน่นอน

กรณีเราเมื่อวันนั้นน่ะเหรอ 5555555555555555 ไม่รู้สิ เราเป็นพวกประหลาด ยิ่งเตรียมตัวมากยิ่งตื่นเต้น คือเอาตามตรงมาเตรียมพรีเซนต์ช่วงตอนที่เขาเข้าแถวกันอยู่ ประมาณ 7:45 แล้วก็ไปสแตนด์บายต่อ เออ มันดูลำบากนะเพราะว่ามันดูเหมือนชิวๆพูดตามที่เราเข้าใจ แต่ในจุดนี้คือเราจะต้องพูดอะไรที่คนฟังเขาเข้าใจ เก็ท อ้อออ อะไรประมาณนั้น สำคัญที่สุดคือความกระชับ ไม่ยืดเยื้อยาวๆ มันเสียเวลาในกรณีที่จับเวลาด้วย

ปอลอ.เมื่อวันนั้นรู้สึกว่าเราจะตะกุกกุกกุกกักกักกักด้วยแหล่ะอิ มันตื่นเต้น แต่นับว่าตื่นเต้นน้อยที่สุดเท่าที่เคยพรีเซนต์งานน่ะนะ



การรีบร้อน ลนจนมากเกินไป
หากมีการทดลองจริง ย่อมลำบากเสมอ ในวันนั้นหลังจากประกาศผลกันแล้ว ทุกคนยอมรับว่าลนลานมาก รีบร้อนมากการทดลองมันเลยไม่สำเร็จแบบต่อเนื่องเหมือนในคลิปการทดลองที่เปิดตอนนั้น ตอนที่ถ่ายคลิปนั้นทุกคนดูชิวๆ แบบเอ้ย จะถ่ายเหรอ เตรียมๆๆๆแล้วก็ทดลองเลย มันเลยเป็นสเต็ป


แนะนำว่าถ้าเกิดอาการรีบร้อนไม่แม้แต่ในการพรีเซนต์หรือการทดลอง ให้สูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติดีๆแล้วค่อยจัดการต่อนะก๊าบ




















ว่าไปมันก็เหมือนตรงกันข้ามกับข้างบนนะ แต่อันนี้จะพูดถึงพวกข้อมูลต่างๆ เช่น พาวเวอร์พอยท์ วิดีโอ อะไรเทือกนี้ นะ......
พาวเวอร์พอยท์ที่ดี คือต้องไม่มีตัวหนังสือเยอะ เอาให้มันพอเหมาะพอควร แล้วก็ข้อมูลที่เราจะเอามาพูด บางอันก็ไม่ต้องใส่ไว้ในสไลด์ ให้มันดูแบบมีอะไรมากขึ้นประมาณนั้น แต่ก็ไม่ใช่แบบว่าในสไลด์มีแค่คำสองคำ กระชับเว่อร์ สั้นเว่อร์ กรณีนั้นไม่ต้องทำสไลด์ก็ได้ (ถ้าครูไม่ฟิกว่าต้องทำพาวเวอร์พอยท์) พูดปากเปล่าไปเลยจะโอเคกว่า ส่วนวิดีโอ เริ่มแรกควรจะต้องทำสตอรี่บอร์ดไว้ก่อน กำหนดว่าจะต้องทำเป็นแนวไหน จัดฉากการถ่ายยังไง จะตัดต่อยังไง เลือกเพลงอะไรประกอบถึงจะเหมาะ ซึ่งการเลือกเพลงนี่ก็ย๊ากยาก ในเครื่องมีเพลงเป็นพันเป็นหมื่น เลือกมาเพลงเดียวนี่มัน..
แต่ถามว่าจริงๆเราทำมั้ย? .. ก็ไม่อ่ะ สตอรี่บอร์ดนี่ไม่เคยคิดจะทำ ทุกครั้งที่ทำวิดีโอจะยัดโครมลงตู้มเลย ซึ่งนับว่าลำบากมากกว่าจะออกมาเป็นวิดีโออันนึง ;___;  แปะไว้เผื่อใครอยากดู 5555 > กดตรงนี้

อะไรอีกนะ...อ้อ ความมั่นใจ ถ้าอยากให้งานออกมาดี ต้องพกความมั่นใจติดตัวไว้เลยนะ ทุกอย่างจะพังถ้าเกิดออกไปแล้วไปยืนอ่าๆเอ่อๆ บิดไปบิดมา เขาจะแบบอีนี่อะไรของแกเนี่ย มันจะเป็นแนวนี้แหล่ะ

สุดท้ายขอให้ทุกคนโชคดี :)
ห้าทุ่มแล้ว ง่วงแล้ว นึกไม่ออกแล้วด้วยว่าจะพิมพ์อะไรต่อ
ราตรีสวัสดิ์